เมื่อการตลาดกลายเป็นวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจจิตใจคุณ! พฤติกรรมลูกค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญและกลายเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จที่แบรนด์ดังเจ้าไหนๆ ก็ไม่เคยบอกคุณเลย sitetion and seo จะพาคุณไปเจาะลึก 10+10 กรณีศึกษาแบรนด์ยักษ์ใหญ่ทั้งต่างประเทศและในไทย ที่จะทำให้คุณค้นพบว่า การตลาดที่ดีไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกว่าถูกขาย แต่จะทำให้คุณรู้สึกว่าถูกเข้าใจ ถ้าคุณได้รู้เรื่องนี้แล้วจะส่งผลทำให้แบรนด์คุณเข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้น แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า? อะไรทำให้พวกเขาติดใจและอะไรทำให้พวกเขาไม่กลับมา? คุณจะได้ศึกษาแล้วลองถามตัวเองดูไปด้วยว่า คุณกำลังสื่อสารกับลูกค้าในรูปแบบที่พวกเขาอยากได้ยินหรือแค่ในรูปแบบที่คุณอยากพูดออกไป? แล้วคุณจะได้เคลียร์ความค้างคาใจที่ยังไม่ได้รับคำตอบ
ทำไมบางแบรนด์ถึงเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าหรือเข้าใจคุณดีกว่าที่คุณเข้าใจตัวเอง?
เคยสงสัยกันบ้างไหม? ทำไมแบรนด์ยักษ์ใหญ่เขาควักเงินในกระเป๋าคุณได้แบบง่ายๆ ทั้งนี้เป็นเพราะเขาศึกษาพฤติกรรมลูกค้ามาเป็นอย่างดี แล้วคุณยังจำได้ไหม? ตอนที่คุณเปิดเน็ตฟลิกซ์และดูซีรีส์ต่อเนื่องจนรุ่งสาง? หรือตอนที่คุณเห็นโค้กที่มีชื่อคุณติดอยู่บนขวดและอดไม่ได้ที่จะซื้อกลับบ้าน เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ! เพราะนี่คือวิธีที่แบรนด์ชั้นนำใช้ศึกษาว่าคุณติดใจในอะไร? และนำมาสร้างประสบการณ์ที่คุณลืมไม่ลง!
การตลาดออนไลน์ตามพฤติกรรมลูกค้า
วันนี้ sitetion and seo จะพาคุณไปรู้จักพฤติกรรมลูกค้าผ่านการตลาดแบบเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (customer-centric marketing) หรือการตลาดตามพฤติกรรมผู้บริโภค (behavioral marketing) ต้องบอกก่อนว่านี่ไม่ใช่แค่กลยุทธ์ แต่เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีและจิตวิทยาเข้าด้วยกัน เพื่อเข้าถึงจุดที่ลูกค้าไม่อาจต้านทานคุณได้ โดย sitetion and seo จะพาไปดูกรณีศึกษา 10 ตัวอย่างจากต่างประเทศและ 10 ตัวอย่างในไทย เพื่อให้คุณเข้าใจเรื่องนี้ง่ายขึ้น
10 แบรนด์ระดับโลกที่เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าและเข้าถึงใจคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว
ถ้าคุณรู้เทคนิคหรือกลยุทธ์ที่เจ้าใหญ่ทำ คุณจะนำเสนอสินค้าหรือบริการได้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่เพิ่มยอดขาย แต่ยังทำให้ลูกค้ามีความจงรักภักดีต่อแบรนด์คุณด้วยและนั่นทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อกับธุรกิจคุณอยู่ซ้ำๆ เรื่อยไป!
1.พฤติกรรมลูกค้า netflix
ดูอีกตอนไหม? (คำถามที่ทำให้คุณนอนดึกทุกคืน)
ผลที่ได้ : ลูกค้าติดหนึบ 35% ยอดสมาชิกพุ่ง 25%
คุณรู้สึกแบบนี้ไหม? เมื่อซีรีส์จบและเหลือเวลาอีกแค่ 5 วินาทีที่จะตัดสินใจว่าจะดูต่อหรือไม่? ความอยากรู้อยากเห็นชนะเสมอ! สรุปดูต่อกันไหม?
2.พฤติกรรมลูกค้า amazon
ลูกค้าที่ซื้อสินค้านี้ มักจะซื้อ…ด้วย (และนั่นทำให้คุณมักจะควักเงินให้กับธุรกิจนี้เพิ่มอยู่เสมอ)
ผลที่ได้ : ยอดขายเพิ่ม 35% จากระบบแนะนำสินค้า
ลองนึกย้อนสิ คุณเคยตั้งใจซื้อแค่ชิ้นเดียว แต่กลับกลายเป็นหลายชิ้นเพราะรู้สึกว่าสินค้าที่ทางบริษัทแนะนำเพิ่มให้คุณ เพราะเขาเข้าใจคุณ ทำไมเป็นแบบนั้น?
3.พฤติกรรมลูกค้า starbucks
ชื่อที่เพราะที่สุด คือชื่อของคุณเอง (ทำไมคุณถึงยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อกาแฟที่มีชื่อตัวเอง? )
ผลที่ได้ : ยอดขายเพิ่ม 20-25% จากชื่อที่คุณชอบเรียกตัวเอง
เป็นการสร้างประสบการณ์ส่วนตัว ทำให้นึกถึงความทรงจำในวันวาน เวลาที่พนักงานเรียกชื่อคุณ ทำให้คุณรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในวัยเด็กที่ครูเรียกชื่อในห้องเรียน แล้วคุณครูชอบเรียกชื่อคุณว่าอะไร?
4.พฤติกรรมลูกค้า spotify
playlist ที่เข้าใจอารมณ์คุณ (รู้จักไลฟ์สไตล์คุณดีกว่าเพื่อนสนิท)
ผลที่ได้ : สมาชิกพรีเมียมเพิ่ม 40%
ความค้างคาใจ เมื่อเพลงที่คุณชอบจบลงและอยากฟังอะไรต่อสักเพลง spotify มักจะเสนอเพลงที่ใช่ในจังหวะที่คุณกำลังคิดว่าอยากฟังเพลงอะไรดี?
5.พฤติกรรมลูกค้า sephora
ลองก่อนซื้อ เห็นผลก่อนจ่าย (คุณชอปปิงได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน)
ผลที่ได้ : ยอดขายออนไลน์เพิ่ม 30%
ทำไมคุณถึงซื้อ? เพราะสมองของคุณเชื่อในสิ่งที่เห็น มากกว่าสิ่งที่ได้ยิน แล้วคุณเชื่อในอะไร?
6.พฤติกรรมลูกค้า nike
เหงื่อวันนี้ ชัยชนะพรุ่งนี้ (ไม่ยอมให้คุณเลิกออกกำลังกาย)
ผลที่ได้ : ยอดขายผ่านช่องทางดิจิทัลพุ่งทะยาน 40%
ออกกำลังกายตามเป้าหมาย? nike ช่วยคุณได้ พวกเขาไม่ได้ขายแค่รองเท้า แต่ขายความรู้สึกที่คุณได้ทำจนสำเร็จแล้วและทำให้คุณรู้สึกว่า nike อยู่เคียงข้างความพยายามของคุณตลอดเวลา แล้วคุณซัปพอร์ตอะไรให้กับลูกค้าคุณบ้าง?
7.พฤติกรรมลูกค้า ikea
เห็นบ้านในฝันก่อนซื้อจริง (เทคโนโลยี ar ที่ช่วยให้คุณไม่ต้องเดาอีกต่อไป)
ผลที่ได้ : ลดการคืนสินค้าและเพิ่มยอดขาย 15-20%
เฟอร์นิเจอร์สวย แต่ทำไมดูแปลกที่บ้านของคุณ? ikea เข้าใจความรู้สึกนั้นและใช้เทคโนโลยี ar เนรมิตเฟอร์นิเจอร์ที่คุณยังไม่ได้จ่าย วางไว้กลางบ้านคุณ เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในวัยเด็กที่เราทุกคนเคยวาดฝันใช้ผ้าห่มใช้หมอนทำห้องในอุดมคติ! คุณเคยทำบ้างไหม?
8.พฤติกรรมลูกค้า airbnb
ทุกการเดินทางคือความทรงจำที่รอการค้นพบ (ที่พักที่เหมือนอ่านใจคุณได้)
ผลที่ได้ : เพิ่มการจอง 30%
airbnb พวกเขาไม่ได้แค่ขายที่พัก แต่ขายเรื่องราว อีกทั้งยังเข้าใจคุณดี ทุกครั้งที่คุณเลื่อนดูที่พัก มันไม่ใช่แค่การจอง แต่เป็นเหมือนการเปิดหน้าถัดไปของหนังสือท่องเที่ยวในชีวิตคุณ! วันหยุดคุณอยากเที่ยวไหน?
9.พฤติกรรมลูกค้า zara
สวมใส่เทรนด์ก่อนที่มันจะกลายเป็นกระแส (แฟชั่นที่รู้ใจคุณก่อนที่คุณจะรู้ตัว)
ผลที่ได้ : เพิ่มยอดขาย 25%
zara มีเสื้อผ้าที่คุณมองหาอยู่เสมอ เพราะพวกเขาอ่านพฤติกรรมของคุณจากการเลือกหยิบและจากการลอง ทำให้เกิดคอลเลกชันที่เหมือนกับว่าคุณนั่งอยู่ในห้องประชุมกับดีไซเนอร์ของพวกเขา จึงไม่ต้องรอเทรนด์ แต่เป็นผู้สร้างเทรนด์และมอบความรู้สึกใช่ เมื่อคุณเจอเสื้อที่คุณต้องการ แล้วคุณละชอบเสื้อแบบไหน?
10.พฤติกรรมลูกค้า coca-cola
ขวดที่มีชื่อคุณ บอกเล่าเรื่องราวของคุณ (เครื่องดื่มที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่ม)
ผลที่ได้ : ยอดขายเพิ่มขึ้น 2.5-7%
ความทรงจำแห่งการค้นพบ แคมเปญ share a coke ที่ไม่ได้ขายน้ำอัดลม แต่ขายช่วงเวลาแห่งการแบ่งปัน ที่ทำให้คุณรู้สึกพิเศษ! ขวดโค้กจึงกลายเป็นมากกว่าเครื่องดื่มและเป็นสื่อกลางแห่งความสัมพันธ์ คุณเคยมอบขวดโค้กที่มีชื่อให้ใครสักคนบ้างไหม?
10 แบรนด์ไทยที่เข้าใจคนไทยยิ่งกว่าใครอื่น
คุณลองดูตัวอย่างธุรกิจไทย แล้วนำไปวิเคราะห์ต่อยอดเพื่อพัฒนาธุรกิจคุณ ว่าลูกค้าเขาสนใจอะไร? คุณจะได้นำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงความต้องการ
1.พฤติกรรมลูกค้า grab
รู้ว่าคุณหิวเมื่อไหร่ (เข้าใจว่าใครๆ ก็รักความสะดวกสบายเหนือสิ่งอื่นใด)
ผลที่ได้ : ผู้ใช้เพิ่ม 40% ในไทย
ลองนึกถึง วันที่คุณหิวแล้วฝนก็ตกและแน่นอนคุณไม่อยากออกไปข้างนอก แต่ grab เขารู้นะว่าคุณต้องการอะไร?
2.พฤติกรรมลูกค้า cp all (เซเว่น อีเลฟเว่น)
ที่ที่คุณไม่ต้องวางแผนมื้อต่อไป (ร้านที่เข้าใจว่าคุณชอบกินตามใจเวลาไหนก็ได้)
ผลที่ได้ : ยอดขาย ready-to-eat เพิ่ม 30%
ความรู้สึกที่คุณคุ้นเคย เวลาดึกๆ ที่คุณหิวและเลือกเข้าเซเว่นแบบไม่คิด ไม่ว่าวัยไหนๆ วัยเรียน, วัยทำงานหรือวัยเกษียณก็ตัดสินใจเข้า เซเว่น อีเลฟเว่น แบบอัตโนมัติ!
3.พฤติกรรมลูกค้า shopee ช้อปปี้
3.3, 4.4, …, 9.9, 10.10 หรือ11.11 (ทำไมเราถึงรอตัวเลขเหล่านี้?)
ผลที่ได้ : ยอดขายเพิ่มหลายเท่าตัวในช่วงแคมเปญ
คุณอยากกดซื้อ แต่คุณก็อยากได้ในราคาที่เกินคาดหวัง! เลยรอช่วงราคาลดกระหน่ำ! ที่แม้คุณไม่ได้อยากได้อะไร? ก็รู้สึกอยากได้ขึ้นมา ยิ่งเห็นนาฬิกานับถอยหลัง ของก็เต็มตะกร้าแล้ว แล้วคุณเลือกซื้ออะไร? เพราะอะไร?
4.พฤติกรรมลูกค้า lazada thailand ลาซาด้า
รู้ว่าคุณกำลังหาอะไร ก่อนที่คุณจะรู้ตัว (แพลตฟอร์มที่เข้าใจพฤติกรรมการชอปปิงของคนไทย)
ผลที่ได้ : อัตราการซื้อซ้ำเพิ่ม 35%
ประสบการณ์ที่คุณคุ้นเคยและจดจำได้ว่า lazada ถูกมากและมีส่วนลดให้เยอะ แล้วคุณก็เผลอกดดูสินค้าต่อ เมื่อโฆษณาสินค้าขึ้นโชว์ให้คุณดูที่หน้า feed เป็นแนวเดียวกับสินค้าที่คุณเพิ่งค้นหาไป แล้วสรุปคุณได้ซื้อไหม?
5.พฤติกรรมลูกค้า eveandboy
ความรู้สึกที่เดินเข้าร้านและออกมาพร้อมถุงมากกว่าที่ตั้งใจ (ร้านที่เข้าใจว่าคนไทยชอบของถูกและคุ้ม!)
ผลที่ได้ : ยอดขายเพิ่ม 25-30% จากโปรโมชัน one day sale!
อีก 1 สิ่งมหัศจรรย์ที่ใครได้เห็นเป็นต้องเหลียวมอง นั่นก็คือ ป้ายลดราคา! นั่นเพิ่มโอกาสให้คุณอยากลองเข้าไปดูและไม่สามารถเดินผ่านไปได้ เพราะลดวันนี้วันสุดท้าย! คุณเคยกลัวพลาดโอกาสทองอะไรแบบนี้บ้างไหม?
6.พฤติกรรมลูกค้า ธนาคารกสิกรไทย
แบงก์กิ้งในกระเป๋าคุณ (เงินของคุณ อยู่ในการควบคุมเพียงแค่ปลายนิ้ว จะได้ไม่ต้องไปธนาคารอีกให้เสียเวลา)
ผลที่ได้ : ผู้ใช้งานกว่า 16 ล้านคน และเพิ่มธุรกรรมผ่านมือถือมากกว่า 99.9%
แล้วคุณจะโล่งใจที่ไม่ต้องเสียเวลาต่อแถวหน้าธนาคารอีกต่อไป จากวัฒนธรรมการรอคิวยาวเหยียด สู่แบงก์กิ้งที่อยู่ในกระเป๋าคุณตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คุณแทบจะลืมไปเลยว่าเคยต่อแถวมานานแค่ไหน? กับยอดโอนเงินเล็กน้อย?
7.พฤติกรรมลูกค้า central group
สิทธิพิเศษที่รู้ใจ (การชอปปิงที่รู้ใจคุณมากกว่าเพื่อนสนิท)
ผลที่ได้ : เพิ่มยอดซื้อซ้ำ 28%
บัตร the 1 card ไม่ใช่แค่บัตรสะสมแต้ม แต่ทำให้คุณรู้สึกพิเศษ เมื่อได้รับข้อเสนอที่เหมือนถูกออกแบบมาเฉพาะคุณ ทำให้คุณได้ค้นพบกับสิ่งที่ยังไม่รู้ว่าต้องการ แต่ในที่สุดก็ต้องการมัน!
8.พฤติกรรมลูกค้า คิง เพาเวอร์
ของฝากที่ทำให้คุณอยากกลับมาเที่ยวอีกครั้ง (ให้คุณค้นพบว่าการชอปปิงก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การท่องเที่ยว)
ผลที่ได้ : เพิ่มยอดขาย 22%
คิง เพาเวอร์พวกเขาไม่ได้ขายสินค้าปลอดภาษี แต่ขายความทรงจำสุดท้ายก่อนลาจากสำหรับนักท่องเที่ยวและมอบความภูมิใจในของฝากชิ้นพิเศษ ที่คุณอยากมอบให้กับคนพิเศษ! แล้วคุณเคยอยากซื้ออะไรให้ใครบ้างไหมล่ะ?
9.พฤติกรรมลูกค้า after you
ขนมที่ทำให้โลกออนไลน์ของคุณหวานยิ่งขึ้น (รสชาติที่ต้องแชร์)
ผลที่ได้ : แบรนด์เติบโตกว่า 40%
ใครๆ ก็รักการโพสต์รูปอาหารสวยๆ ลงโซเชียล after you เข้าใจความรู้สึกนั้น จึงไม่ได้ขายเพียงขนมหวาน แต่ขาย โมเมนต์ที่น่าแชร์ ทุกจาน ทุกมุมร้าน ถูกออกแบบมาให้กดชัตเตอร์ก่อนจับช้อนและทำให้คุณรู้สึกยังไม่ complete จนกว่าจะได้ลองเมนูใหม่ ซึ่งนั่นทำให้คุณอดใจไม่ไหวและกลับมาซื้อซ้ำอีกครั้ง! เพื่อสร้าง gallery ขนมหวานในโซเชียลของคุณให้สมบูรณ์! โลกออนไลน์ของคุณหวานขึ้นหรือยัง?
10.พฤติกรรมลูกค้า tops supermarket
ตะกร้าที่รู้ใจ (ปรับโหมดชอปปิงในไลฟ์สไตล์คุณ)
ผลที่ได้ : เพิ่มยอดขายออนไลน์มากกว่า 300%
ถ้าคุณเปิดตู้เย็นแล้วนึกไม่ออกว่าต้องซื้ออะไร? tops supermarket เข้าใจคุณ! ทำให้คุณไม่ต้องจดลิสต์ ทำให้คุณเห็นรายการสินค้าที่คุณซื้อประจำบนหน้าจอและเป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้ใจ คอยเติมเต็มตู้เย็นของคุณอยู่เสมอ! แล้วคุณอยากซื้ออะไรเข้าตู้เย็น?
สรุป
ที่สำคัญที่สุด เมื่อคุณเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า คุณจะเข้าใจว่าทำไมลูกค้าถึงซื้อ คุณจะได้คำตอบว่าพวกเขาซื้ออะไร? แล้วคุณจะสร้างประสบการณ์ที่ทำให้พวกเขากลับมาซื้อซ้ำได้อีก ครั้งแล้ว ครั้งเล่า หากคุณอยากให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จในปี 2025 ไม่ใช่แค่การมีสินค้าดี แต่เป็นการเข้าใจว่าทำไมลูกค้าถึงไม่สามารถปฏิเสธสินค้าของคุณได้ แล้วคำถามที่ค้างคาใจธุรกิจของคุณจะหมดไป มีแต่ขายดีและรักษาฐานลูกค้าเก่าเอาไว้ได้อยู่เรื่อยๆ ธุรกิจคุณจะเป็นหนึ่งในรายชื่อธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูงสุดหรือไม่? ติดตามบทความเทคนิคการตลาดกับ sitetion and seo แล้วคุณจะเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ได้ดีกว่าเดิมและถ้าคุณชอบ กดแชร์ได้! เราถือว่านั่นคือคำขอบคุณจากคุณ!
You must be logged in to post a comment.